Author: admin

5 นักเตะ ที่อาจเข้ามาสืบทายาทของ โรนัลโด้ หลังส่ออำลาทีม

นี้คือ 5 นักเตะ ที่สื่อประเทศสเปนรายงานว่าน่าจะเข้ามาเป็นตัวตายตัวแทนของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังจากแข้งเลือดฝอยทองอาจจะไม่ต่อสัญญากับสโมสร

5 นักเตะ ที่คาดว่า เรอัล มาดริด จะซื้อเข้ามาแทนที่ โรนัลโด้

1.เอแด็น อาซาร์

ปีกทีมชาติเบลเยียมของทีม “สิงห์โตน้ำเงินคราม” เชลซี จัดเป็นผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมคนหนึ่งเลยของ พรีเมียร์ ลีก โดยก่อนหน้านี้เขาก็เคยตกเป็นข่าวกับ “ราชันขุดชาว” เรอัล มาดริด มาแล้วซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาเปิดเผยเองเลยว่าอยากจะลองย้ายไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทัพของ ซีเนดีน ซีดาน นายใหญ่ชาวฝรั่งเศษสักครั้งเหมือนกัน

5 นักเตะ

2.คีลิยัน เอ็มปัปเป้

กองหน้าดาวรุ่งรายนี้พึ่งจะย้ายไปร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แบบยืมตัวแต่มีออฟชั่นด้วยการซื้อขาดที่ราคา 155 ล้านยูโร ซึ่งดาวโรจน์รายนี้ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เรอัล มาดริด คงต้องทำงานหนักหากต้องการดึงเจ้าหนูรายนี้มาร่วมทีม แต่ดีลนี้ก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นอยู่ถึงแม้จะไม่ค่อยมากเท่าไหร่ก็ตาม

5 นักเตะ

3.เปาโล ดีบาล่า

ดาวเตะ “เจ้าม้าลาย” ยูเวนตุส รายนี้ตกเป็นข่าวกับบรรดายักษ์ใหญ่ทุกช่วงของตลาดการซื้อขาย แต่อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยังคงค้าแข้งอยู่ในถิ่น ยูเวนตุส สเตเดี้ยม แต่นักเตะรายนี้ยังสามารถพัฒนาฝีเท้าได้อีกมากด้วยอายุที่ยังนี้น้อยแต่ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในทีม ยูเวนตุส ได้ โดยเขาช่วยทีมคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปีที่ผ่านมา

5 นักเตะ

4.อ็องตวน กรีซมันน์

หัวหอกเลือดน้ำหอมรายนี้ตกเป็นข่าวมาตลอดว่าจะย้ายออกจากทีม “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด แต่อย่างไรก็ตามประธานบริหารของสโมสรก็ออกมาปฏิเสธตลอดว่านักเตะรายนี้จะไม่ย้ายไปเล่นให้กับทีมไหนทั้งนั้น โดยมีทีมอย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ให้ความสนใจอยู่อย่างใกล้ชิด

คาดว่าค่าตัวของ กรีซมันน์ น่าจะอยู่ที่ราว 100 ล้านยูโร แต่ฤดูกาลนี้ฟอร์มของเขาตกลงไปมากไม่สามารถทำประตูได้เยอะเหมือนซีซั่นก่อน

5 นักเตะ

5.เนย์มาร์

พึ่งจะสร้างเรื่องฮือฮาด้วยการย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ด้วยค่าตัว 222 ล้านยูโร ซึ่งทางด้าน เซร์คิโอ รามอส กองหลังกัปตันทีมก็ออกมาบอกว่าเขายินดีที่จะต้อนรับอดีตนักเตะของ บาร์เซโลน่า คนนี้เสมอ นอกจากนั้นยังมีเพื่อนร่วมทีมชาติอย่าง คาเซมีโร่ และ มาร์เซโล่ อยู่ในทีมอีกด้วย

5 นักเตะ

เจ้าบุญทุ่ม ฟอร์มดุบุกถล่ม เลกาเนส 3-0 ทิ้ง ไอ้ค้างคาว 7 คะแนน

เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ฟอร์มสวยหรูเหลือเกินเมื่อสามารถบุกไปเอาชนะทีมอย่าง เลกาเนส มาด้วยสกอร์ 3-0 ทำให้พวกเขายังเป็นจ่าฝูงต่อไป

เจ้าบุญทุ่ม ผลงานดีต่อเนื่องบุกชนะ เลกาเนส 0-3

เจ้าบุญทุ่ม

เกม ลา ลีกา สเปน ที่สนาม เอสตาดิโอ มูนิซิปาล เด บูตาร์เก้ บ้านของ เลกาเนส จะต้องเตรียมตัวรับการมาเยือนของ บาร์เซโลน่า ทีมจ่าฝูง ลา ลีกา

เกมนี้ทีมเยือน บาร์เซโลน่า จะไม่มี ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ที่กล้ามเนื้อฉีกจะต้องพักยาวไปจนถึงเดือนธันวาคมเลยทีเดียวและยังจะไม่ได้ใช้งาน อันเดร โกเมส และ เซร์จี้ โรแบร์โต้ ที่กำลังเรียกความฟิตอยู่ เกมนี้วาง 3 กองหน้าเป็น ปาโก้ อัลกาเซร์ ,ลิโอเนล เมสซี่ และ หลุยซ์ ซัวเรส

ช่วงแรกของการเริ่มเกมทั้ง 2 ทีมพยายามชิงจังหวะกันทำให้เกมเป็นไปแบบอึดอัดก่อนที่ ลากาเนส จะมาได้โอกาสก่อนในนาทีที่ 20 เมื่อ นอร์ดิน อัมราบัต ได้ยิงไกลจากทางด้านขวานอกกรอบเขตโทษแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

แต่ อัลซูลกราน่า ก็มาออกนำจนได้นาทีที่ 28 จากจังหวะที่ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ เปิดบอลยาวไปให้ ปาร์โก้ อัลกาเซร์ วิ่งสอดขึ้นรับบอลก่อนจะเปิดหักเข้าในแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน แต่ผู้รักษาประตู อีบัน กูเอย่าร์ รับบอลไม่ดีซองแตกและเป็น ซัวเรส ที่วิ่งเข้ามาซ้ำจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังเจ้าบ้านเปลี่ยนตัวส่ง เคลาดิโอ โบวู ลงมาเล่นในแดนกลางแต่ถอด ฆาบี เอราโซ่ ออก

ลากาเนส มาได้เสียวอีกจากจังหวะที่ อับราบัต เปิดบอลให้กับ เคลาดิโอ โบวู จับบอลแล้วกดด้วยเท้าขวาเต็มข้อบอลติดเซฟของ มาร์ค อันเดร แทร์ ซเตเก้น ผู้รักษาประตูบาร์เซโลน่า

เกมมาถึงนาทีที่ 60 ทีมเยือนมาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากการสวนกลับเมื่อ เมสซี่ เปิดบอลออกซ้ายให้ ปาโก้ อัลกาเซร์ ยิงด้วยเท้าซ้าย อีบัน กูเอย่าร์ รับซองแตกอีกครั้งก่อนบอลจะดอนมาเข้าทาง หลุยซ์ ซัสเรส โดดวอลเล่ย์เข้าไปบอลตุงตาข่าย บาร์เซโลน่า ออกนำ 2-0

นาทีที่ 63 โบวู โหม่งต่อให้ มาติน อัมราบัต ยิงด้วยซ้ายอีกครั้งแต่บอลยังไปติดเซฟของ มาร์ค อันเดร แทร์ สเตเก้น อีกครั้ง

นาทีที่ 90 เจ้าบ้านมาเสียประตู 3-0 จากจังหวะที่ จอร์ดี้ อัลบาร์ ที่เติมขึ้นมาเปิดบอลให้ ลิโอเนล เมสซี่ หลังจากนั้นหัวหอกรายนี้พาบอลไปเส้นหลังก่อนจะหักกลับมาให้ เปาลินโญ่ สอดขึ้นมาจิ้มบอลเข้าไปจบเกมส์ บาร์เซโลน่าบุกเอาชนะไปได้ไม่ยากเย็นนัก 0-3

เจาะลึก 4 เหตุผลทำไม อิตาลี ไม่ได้ไปบอลโลกที่รัสเซีย 2018

วันนี้เราจะมา เจาะลึก ถึงเหตุที่ทีมชาติยักษ์ใหญ่อย่าง อิตาลี ไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 ทั้งที่ชื่อชั้นของพวกเขานั้นเคยเป็นถึงแชมป์โลกมาแล้ว

เจาะลึก 4 ข้อ ทำอิตาลีอดไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

เจาะลึก

1.ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีเวลาเจอทีมใหญ่

นายใหญ่คนปัจจุบันอย่าง จาน ปิเอโร เวนตูร่า เข้ามาคุมทีมชาติ อิตาลี แต่เขาก็สามารถเอาชนะทีมที่มีชื่อชั้นน้อยกว่า อิตาลี ได้ทั้งหมดซึ่งมันเป็นมาตราฐานสำคัญสำหรับทีมระดับนี้อยู่แล้ว แต่เรามามองดูการเจอทีมใหญ่จากการคุมทีมของเขานั้นพบว่าเขาไม่สามารถคุมทีมชนะยักษ์ใหญ่ระดับเดียวกันได้เลย

เขาคุมทีมครั้งแรกเจอกับทีมใหญ่ด้วยกันคือ ฝรั่งเศษ ที่บารี่ ผลออกมาหลังจบ 90 นาที อิตาลี แพ้ไปด้วยสกอร์ 1-3 หลังจากนั้นก็กลับมาเจอกับ สเปน ก่อนจะเสมอกันไป 1-1 หลังจากนั้นก็เสมอกับ เยอรมัน อีก 0-0

พอเข้าปี 2017 คุมทีมเจอสเปนก่อนจะแพ้ 0-3 หลังจากนั้นก็มาแพ้ สวีเดน 1-0 ทำให้ตกรอบไปในที่สุด

2.เวนตูร่า ยังไม่ใช่คนที่เหมาะสมสำหรับ อิตาลี

เขาถูกพูดถึงค่อนข้างมากก่อนจะเข้ามาคุมทีมชาติ อิตาลี เนื่องจากหลายคนมองว่าเขายังไม่มีประสบการณ์ในการคุมทีมระดับบิ๊กของลีกเลย นอกจากนั้นเขาก็ยังไม่เคยคุมทีมเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลยแม้แต่เกมเดียว

โดยตอนนั้นยังมีกุนซือที่มีฝีไม้ลายมือดีๆอยู่หลายคนไม่ว่าจะเป็น ฟาบิโอ คาเปลโล่ , คาร์โล อันเชล็อตติ , มาร์เซโล่ ลิปปี้ และ อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ ซึ่งก็ว่างงานกันอยู่ทั้งนั้นแต่สมาคมฟุตบอลอิตาลีก็ดันไปเลือก จาน ปิเอโร เวนตูร่า เข้ามากุมบังเหียนทีม

3.อิตาลี ยุคนี้ ไม่มีกองหน้าระดับท็อปเลยแม้แต่คนเดียว

ยุคนี้ อิตาลี ไร้ซึ่งกองหน้าคุณภาพจริงๆ โดยการหน้าที่มีอยู่ทั้ง ชิโร่ อิมโมบิเร่ กองหน้าจาก ลาซิโอ ที่ว่ากันว่าฟอร์มดีนักหนาจาการยิงไปทั้งหมด 14 ลูกในซีซั่นนี้ แต่พอมาเจอคู่แข่งที่เน้นเกมรับจริงๆก็เล่นไม่ออก รวมไปถึง อันเดรีย เบล็อตติ กองหน้าจาก โตริโน่ ที่ได้รับการยกย่องอย่างมาจากฤดูกาลที่แล้วก็เล่นได้ยังไม่ดีพอ

ส่วนทางด้าน มาโนโล่ กับเบียดินี่ ก็ยังเป็นแค่กองหน้าเกรด บี เท่านั้นยังหวังพึ่งอะไรได้ไม่มากนัก

4.นักเตะไม่มีความเข้าใจกับเกมระดับชาติ

นักเตะของพวกเขาหลายคนเห็นได้ชัดว่ายังแทบจะลงเล่นให้กับทีมชาติ อิตาลี แบบนับนัดได้เลยทีเดียว โดยพวกเขาก็เคยถูก อันเดรีย ปิร์โล่ วิจารณ์อย่างหนักมาแล้ว ซึ่งเขาบอกว่าเกมระดับนี้มันไม่ง่าย

เซเลเซา เท้าบอดบุกชนะ “สิงห์โตคำราม” ไม่ได้ก่อนจบเกม 0-0

ทัพ เซเลเซา บราซิล จะต้องลงเตะฟุตบอลอุ่นเครื่องกับ “สิงห์โตคำราม” อังกฤษ ซึ่งทั้ง 2 ทีมในเกมนี้ก็จะได้ทดสอบระบบการเล่นและแผนใหม่ๆอีกด้วย

เซเลเซา คมไม่พอ อังกฤษ ชุดผสมเปิดบ้านเสมอ 0-0

เซเลเซา

เกมฟุตบอลอุ่นเครื่องที่สนาม เวมบลีย์ ทีมชาติอังกฤษจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติ บราซิล เกมนี้เจ้าบ้านใช้กองหน้าอย่าง เจมี่ วาร์ดี้ จากเลสเตอร์ ซิตี้ ยืนคู่กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นอกจากนี้ยังมีดาวรุ่งอย่าง รูเบน ลอฟตัส ชีค ที่ได้ลงเล่นอีกครั้งหลังจากโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเกมเสมอกับ เยอรมัน 0-0

นอกจากนี้ เจค ลิเวอร์มอร์ ก็ยังถูกเรียกตัวกลับมารับใช้ชาติอีกครั้งหลังจากที่หลุดไปนาน ทำหน้าที่ประสานงานกับ เอริค ดายเออร์ จากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

ทางด้านทีมเยือนใช้ตัวรุกชุดใหญ่ลงสนามมีทั้ง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ , เนย์มาร์ และ กาเบรียล เฆซุส 3 ประสานในแดนกลางใข้งาน กาเซมีโร่ และ เปาลินโญ่ และ เรนาโต้ ออกุสโต้

เกมช่วงแรกทั้ง 2 ทีมมีผลัดกับรับผลัดกันรุกอย่างสนุกถึงแม้ว่า บราซิล จะได้ครองบอลมากกว่าเล็กน้อยแต่พวกเขาก็หาจังหวะเข้าไปจบสกอร์แบบจะแจ้งไม่ได้เลย โดยมีจะมี เนย์มาร์ ที่ได้ลองส่องครั้งหนึ่งเท่านั้น

นาทีที่ 18 ทีมเจ้าบ้าน อังกฤษ ได้โอกาสยิงบ้างจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่บอลก็ยังไปตรงตัว อลิสสัน อยู่ดีนอกจากนี้พวกเขายังต้องได้รับข่าวร้ายเมื่อ รูเบน ลอฟตัส ชีค ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวเอกก่อนที่ เจสซี่ ลินการ์ด จะถูกส่งลงมาเล่นในนาทีที่ 35 ก่อนที่ทั้ง 2 ทีมจะทำอะไรกันไม่ได้และเสมอกันไป 0-0

กลับลงมาเล่นครึ่งหลังได้แค่ 1 นาทีเท่านั้นทีมเยือนเกือบจะออกนำได้จากการที่บอลทะลุช่องมาถึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ก่อนที่เขาจะสอดตัวเขามายิงได้แต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ โจ ฮาร์ท นายทวารเจ้าถิ่น

นาทีที่ 47 นักเตะทั้ง 2 ทีมเกือบจะมีเรื่องกันจากจังหวะที่ เจค ลิเวอร์มอร์ ไปเหยียบเท้าใส่ ดานี่ อัลเวส แบ็กจอมเก๋าทีมเยือนทำให้ อัลเวส ลุกขึ้นมาจะเอาเรื่องก่อนที่กรรมการจะเข้ามาห้ามและแจกใบเหลืองให้คนละใบ

แกเร็ธ เซาธ์เกต เปลี่ยนตัวบ้างส่ง โดมินิค โซลันกี้ และ แทมมี่ อับบราฮัม ลงไปเล่นและทั้ง 2 คนก็ทำผลงานได้เป็นอย่างดีช่วยกดดันเกมรับของ บราซิล จนทำอะไรไม่ได้มากนัก

เกมดำนเนินมาถึงนาทีที่ 75 บราซิลน่าจะได้เหลือเกินเมื่อ แฟร์นันดินโญ่ ได้จังหวะยิงไกลเต็มข้อแต่บอลดันไปโดนเสาออกข้างไปชนิดได้ลุ้นทีเดียว จบเกม 90 นาทีพวกเขาเสมอกันไป 0-0

เรือใบสีฟ้า ฟอร์มดีต่อเนื่องบุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ แบบสบาย 0-2

เกม พรีเมียร์ ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ จะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงที่กำลังฟอร์มแรงอยู่ในเวลานี้

เรือใบสีฟ้า ยิง จิ้งจอกสยาม 0-2 นำฝูงโด่ง

เรือใบสีฟ้า

ผู้จัดการทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ใช้ระบบ 4-4-1-1 ในวันนี้ให้ ริยาร์ด มาร์เรซ ยืนเป็นหน้าต่ำ ส่วนหน้าเป้ายังเหมือนเดิม เจมี่ วาร์ดี้ ลงล่าตาข่าย

ทางด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เกมนี้มีปัญหาแค่จะไม่ได้ใช้ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ที่ติดโทษแบนแต่ก็ใช้ จอห์น สโตนส์ จับคู่เกม แว็งซอง กอมปานี แดนหน้าวาง กาเบรียล เฆซุส สนับสนุนซ้ายขวาด้วย ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ ลีรอย ซาเน่

เริ่มเกมมาทีมเยือนบุกก่อนเลย ลีรอย ซาเน่ กระชากบอลไปก่อนจ่ายต่อให้ ดาบิด ซิลบา แต่งบอลก่อนหาช่องยิงจนได้แต่ไม่ผ่านมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

เกมมาถึงนาทีที่ 31 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องถอด จอห์น สโตนส์ ออกเพราะได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวก่อนจะปรับให้ เอเลียควิม ม็องกาล่า ลงมาเล่นกองหลังแทน

ทีมเยือนมาได้ลุ้นก่อนหมดครึ่งแรกแค่ 4 นาทีเมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง พาบอลขึ้นมาก่อนจะจ่ายเข้ากลางให้ ดาบิด ซิลบา ที่วิ่งเติมขึ้นมายิงแต่บอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 45 “เรือใบสีฟ้า” ออกนำจนได้จากการต่อบอลสวยๆก่อนที่ เควิน เดอ บรอยด์ ดีดบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง จ่ายบอลตัดนล้ำหน้าให้กับ ดาบิด ซิลบา ก่อนที่มิดฟิลด์ชาวสเปนจะตบเข้ากลางให้ กาเบรียล เฆซุส ยิงเข้าไปไม่เหลือ ทีมเยือนนำ 0-1

เริ่มเกมครึ่งหลังได้แค่ 3 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ น่าได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่กองหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคลียร์บอลกันไม่ขาดก่อนจะทะลักไปที่ แกร์รี่ แม็คไกวร์ ยิงบอลแฉลบบล็อกแต่บอลดันไปชนเสา

หลังจากนั้นทีมเยือนได้สวนทันทีเมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลยาวให้กับ ลีรอย ซาเน่ ที่ยืนรอตรงริมเส้นก่อนที่นักเตะรายนี้จะใช้ความสามารถเฉพาะตัวหนีกองหลังและจ่ายต่อให้ เดอ บรอยน์ ก่อนที่แข้งชาวเบลเยียมจะโยกหลอกหาช่องยิงเข้าไปไม่เหลือทีมเยือนนำ 2-0

หลังจากนั้นลูกทีมของ กวาร์ดิโอล่า ก็ไม่ค่อยเร่งเกมนักเน้นต่อบอลกันไปมาและหาช่องเพื่อเข้าทำแบบไม่รีบร้อน

ทำให้จบเกมส์ไปด้วยสกอร์นี้ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ การชนะนัดนี้ทำให้พวกเขาทิ้งอันดับที่ 2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปมากกว่า 8 คะแนนแล้วตอนนี้รั้งจ่าฝูงแบบเหนียวแน่น

คริสเตียน อิริคเซ่น แฮตทริค เดนมาร์กถล่ม ไอร์แลนด์ยับ 5-1 คว้าตั๋วไปบอลโลก

ฟุตบอลทีมชาติระหว่างทีมชาติ “โคนม” เดนมาร์ก จะต้องออกไปเยือน “ยักษ์เขียว” ไอร์แลนด์ โดยเกมนี้ คริสเตียน อิริคเซ่น ทำแฮตทริคได้ด้วย

คริสเตียน อิริคเซ่น โชว์ฟอร์มโหดเหมายิงคนเดียว 3 ตุงช่วยทีมชนะ ไอร์แลนด์

คริสเตียน อิริคเซ่น

เกมฟุตบอลทีมชาติระหว่าง “ยักษ์เขียว” ไอร์แลนด์ จะต้องเปิดสนาม อาวีว่า สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ “โคนม” เดนมาร์ก ซึ่งทางด้านทีมเยือนขอแค่ชนะในเกมนี้ก็จะการันตีการผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียทันที

เกมนี้เจ้าบ้านมาออกนำตั้งแต่นาทีที่ 6 จากจังหวะที่ ร็อบบี้ เบรดี้ เปิดบอลจากจังหวะได้ฟรีคิกกลางสนามขึ้นไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ นิโคไล ยอร์เกนเซ่น จะสกัดไม่ดีบอลกระดอนมาถึง เชน ดัฟฟี่ ชิงจังหวะโหม่งได้ก่อนที่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล จะออกมารับบอล ทีมเจ้าบ้านออกนำ 1-0

ทีมเยือน เดนมาร์ก ใช้เวลาไม่นานในการตีเสมอในนาทีที่ 29 จากจังหวะที่พวกเขาเล่นลูกสั้นกันที่มุมธง ก่อนที่ ปิยอน ซิสโต้ จะใช้ความเร็วฉีกหนีแนวรับ ไอร์แลนด์เข้ามาถึงกรอบ 6 หลาแล้วตบเข้ากลางให้ อันเดรียส คริสเตนเซ่น วิ่งเข้ามาแหย่ขาให้บอลเปลี่ยนทางทีมเยือนตีเสมอได้ 1-1

หลังจากนั้นแค่ 3 นาทีกลายเป็นทีมเยือนมาพลิกนำเป็น 2-1 จากความผิดพลาดของนักเตะเจ้าบ้าน เดนมาร์ก ตัดบอลได้จากหน้ากรอบเขตโทษ ไอร์แลนด์ ก่อนที่ อิริคเซ่น จะได้บอลแล้วยิงโล่งๆด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเข้าเช็ดคานเข้าไปอย่างสวยงามและจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับลงมาเล่นครึ่งหลังทีมเยือนครองเกมไว้ได้หมดแล้วก็มาออกนำในนาทีที่ 63 จากการต่อบอลขึ้นมาของ ปิยอน ซิสโต้ ก่อนที่เข้าจะจ่ายต่อให้กับ อิริคเซ่น วิ่งเข้ามาแปดด้วยเท้าซ้ายหนีมือ ดาร์เรน แรนดอล์ฟ เข้าไป ทีมเยือนหนีห่าง 3-1

เดนมาร์ก เล่นกันได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดและมาทิ้งห่างเป็น 4-1 ในนาทีที่ 74 ซิสโต้ ที่เล่นได้ดีเหลือเกินในเกมนี้ เปิดบอลเข้ากลางให้ สตีเฟ่น วอร์ด ดันสกัดบอลไม่ดีบอลไปเข้าทาง อิริคเซ่น วิ่งเข้ามาหวดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไป

พวกเขายังไม่หยุดแค่นั้นในนาทีที่ 90 ทีมเยือนมาได้ประตูย้ำชัยจากการได้จุดโทษอีกครั้งและคนที่รับหน้าที่สังหารเป็น นิคลาส เบนท์เนอร์ ที่พึ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมายิงเข้าไปไม่เหลือ เดนมาร์ก ชนะสบายๆ 5-1 การชนะนัดนี้ทำให้พวกเขาการันตีในการคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 แน่นอนแล้ว

ประธานตราหมี ลั่น กรีซมันน์ ยังไม่ได้อยากย้ายทีมตอนนี้

เอ็นรีเก้ เซเรโช่ ประธานตราหมี แอตเลติโก มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน เผยว่าตอนนี้ อ็องตวน กรีซมันน์ จะยังไม่ย้ายไปไหนทั้งนั้น

ประธานตราหมี ยัน จะรั้ง กรีซมันน์ ให้อยู่กับทีมต่อไปให้ได้

ประธานตราหมี

ช่วงที่ผ่านมามีข่าวลือมาตลอดว่า อ็องตวน กรีซมันน์ ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศษจะย้ายออกจาก “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ไปอยู่กับทีมยักษ์ใหญ่อื่นๆ เช่น “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่อย่างไรก็ตามเขายังคงเล่นให้กับสโมสรต้นสังกัดต่อไป

ซัมเมอร์ที่ผ่านมีเขาตกเป็นข่าวพัวพันกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของกุนซือจอมเฮียบอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ แต่อย่างไรก็ตามทีมดังจาก แมนเชสเตอร์ ก็ดันไปดึงตัว โรเมลู ลูกากู หัวหอกชาวเบลเยียมมาแทนจาก “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัวมากถึง 75 ล้านปอนด์

เนื่องจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มองว่า โรเมลู ลูกากู ที่ได้มาจาก เอฟเวอร์ตัน นั้นราคาถูกกว่าอีกทั้งยังสามารถเล่นใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้เลยโดยไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวมากอะไรนักซึ่งช่วงแรกเขาก็ทำผลงานได้ดี แต่ล่าสุดเขาก็ต้องพบปัญหาปืนฝืดซะแล้ว

เช่นเดียวกับ กรีซมันน์ ที่ต้อนนี้เขาก็ออกมายอมรับว่าฟอร์มของเขาตกลงไปมากจากซีซั่นก่อน แต่ถึงแม้ว่าเขาจะยังฟอร์มไม่ค่อยดีก็ยังมีทีมอย่าง “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ที่ให้ความสนใจอยู่ไม่น้อยและพร้อมทุ่มเงินถึง 100 ล้านยูโรในการดึงนักเตะรายนี้ไปร่วมถิ่น คัมป์ นู

ปัจจุบัน “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด กลายมาเป็นทีมล่าสุดที่ตกเป็นข่าวว่าต้องการคว้า อ็องตวน กรีซมันน์ ไปร่วมทีมด้วยเนื่องจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกจอมถล่มประตูชาวโปรตุเกศประกาศจะไม่ต่อสัญญากับทีมต่อไป ทำให้ทีมจะต้องรีบหาตัวแทนเพื่อเข้ามาลดช่องวางมหาศาลตรงนี้ให้ได้

อย่างไรก็ตาม เอ็นรีเก้ เซเรโซ่ นั้นก็ยังไม่ยินดีที่จะขายนักเตะรายนี้ออกไปเพราะอยากจะให้ได้ลงเล่นผสานงานกับ ดีเอโก้ คอสต้า กองหน้าทีมชาติสเปนที่พึ่งย้ายมาจาก “สิงห์โตน้ำเงินคราม” เชลซี เสียก่อนถึงแม้ว่าปัจจุบันเขาจะมีคู่ขาอย่าง เควิน กาเมโร่ อยู่แล้วก็ตาม

การมาของ ดีเอโก้ คอสต้า จะทำให้พวกเขากลายเป็นระบบ 3 กองหน้าได้อย่างดีโดยมี คอสต้า คอยยืนค้ำเป็นกองหน้าตัวเป้าและให้ทั้ง กรีซมันน์ และ กาเมโร่ ทำหน้าที่ทั้งซ้ายและขวาซึ่งทั้งคู่สามารถเล่นได้อย่างดีเยี่ยม

 

 

มิดฟิลด์เรือใบ ชมทีมฟอร์มเยี่ยมเกมเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-2

เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์เรือใบ สีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยกย่องฟอร์มการเล่นของเพื่อนร่วมทีมหลังจากบุกไปเอาชนะทีมอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ 0-2

มิดฟิลด์เรือใบ ชมเพื่อนเล่นได้ดีในเกมล่าสุดจนเอาชนะกลับมาได้

มิดฟิลด์เรือใบ

เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางทีมชาติเบลเยียมของทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมากล่าวยกย่องฟอร์มการเล่นของเพื่อนร่วมทีมหลังจากโชว์ฟอร์มเทพด้วยการบุกไปเอาชนะ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ถึงสนาม คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม ด้วยสกอร์ 0-2

เดอ บรอยน์ เผยว่าตอนนี้นักเตะในทีมของเขาทุกคนกำลังมีความมั่นใจถึงขั้นสูงสุดแล้วหลังจากบุกเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-2 และเกมนี้เขาก็ยังสามารถทำประตูสุดท้ายให้กับทีมได้อีกด้วย

เกมนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาได้ประตูจาก กาเบรียล เฆซุส หัวหอกดาวรุ่งทีมชาติบราซิล หลังจากนั้นก็มาได้ประตูจาก เควิน เดอ บรอยน์ อีกหนึ่งลูกทำให้พวกเขาตอนนี้มี 34 คะแนน จากการลงเล่นทั้งหมด 12 นัดซึ่งในฤดูกาลนี้พวกเขายังไม่แพ้ใครเลยด้วยทุกรายการ

ทางด้านรองจ่าฝูงก็มีการเปลี่ยนมือจาก “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ มาเป็น “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นำทีมออกไปแพ้ในศึก ลอนดอน ดาร์บี้ มาต่อ “ไอ้ปินใหญ่” อาร์เซน่อล 2-0 ส่วนทางด้าน โชเซ่ มูรินโญ่ คุมทีมเปิดบ้านเอาชนะทีม “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ได้แบบสบาย 4-1 และเป็นการคัมแบ็กของ ปอล ป็อกบา อีกด้วย

“เกมวันนี้เราสามารถครองเกมได้ตลอด 90 นาที มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่เราจะทำได้แบบนี้โดยเฉพาะกับทีมอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ เกมนี้พวกเขาขึ้นบอลกันเร็วมากๆ เรามีโอกาสการทำประตูกันไม่เยอะมากนักในเกมนี้แต่เราสามารถเปลี่ยนมันมาเป็น 2 ประตูได้ แต่ช่วงครึ่งหลังพวกเราเล่นกันได้ดีมากกว่ครึ่งแรกซะอีก”

“ตอนนี้ทุกคนในทีมกำลังมีความมั่นใจสุดๆ พวกเขามั่นใจว่าเราจะคว้าแชมป์ด้วยแนวทางการเล่นแบบนี้ ถึงเราจะมีรายการให้ลงเล่นแบบถี่ๆก็จริง แต่ตอนนี้ทุกคนในทีมกำลังเล่นกันได้ดีมากๆ” เควิน เดอ บรอยน์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้วยฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงแบบนี้ทำให้พวกเขาถูกบ่อนรับพนันถูกกฏหมายในประเทศอังกฤษยกให้เป็นทีม เต็งแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อันดับที่ 1 แทนที่ของเดิมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ยังแสดงให้เราได้เห็นอีกว่าแผนการเล่นของเขานั้นยืดหยุ่นขนาดไหนถึงขนาดถอย ม็องกาล่า ลงไปยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กแทนที่ จอห์น สโตนส์ ในเกมนี้ก็ยังไม่มีปัญหาอะไร

หมาป่ากรุงโรม คมกว่าเปิดบ้านเชือด ลาซิโอ แบบหืดจับ 2-1 รั้งที่ 3

หมาป่ากรุงโรม โรม่า มีคิวจะต้องลงทำศึก โรมดาร์บี้กับสโมสร “อินทรีฟ้า-ขาว” ลาซิโอ ก่อนจะเป็นเจ้าบ้านที่สามารถเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2-1

หมาป่ากรุงโรม ฟอร์มดีเปิดบ้านเชือด ลาซิโอ 2-1

หมาป่ากรุงโรม

เกมกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นการพบกันระหว่าง “หมาป่าเหลือง-แดง” โรม่า เปิดสนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก้ ต้อรับการมาเยือนของคู่อริอย่าง “อินทรีฟ้า-ขาว” ลาซิโอ

เกมนี้เจ้าบ้านได้รับข่าวดีเมื่อ รัดย่า นาอิงโกลัน มิดฟิลด์พันธุ์ดุมีชื่อฟิตกลับมายืนตัวจริง ส่วนแดนหน้ายังอยู่กับครบไม่ว่าจะเป็น เอดิน เชโก้ ,สเตฟาน เอลชาราวี่ และ ดีเอโก้ เปร็อตติ แต่ก็จะไม่ได้ใช้งาน ริค คาร์สดอร์ป ที่ได้รับบาดเจ็บไปก่อนแล้ว

สำหรับทีมเยือนจะได้ใข้งาน ชิโร่ อิมโมบิเล่ ที่กลับมาจากเกมทีมชาติยืนเป็นหัวหอกตัวจริง นอกจากนี้ยังมี หลุยส์ อัลเบร์โต้ ที่จะได้กลับมาเล่นอีกครั้งหนึ่งด้วย

จังหวะแรกของเกมนี้เป็นทีมเยือนได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 2 จากจังหวะที่ ชิโร่  อิมโมบิเล่ ยิงบอลเข้าไปตุงตาข่ายเรียบร้อยแล้วแต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้าทำให้ โรม่า รอดตัวไป

เจ้าบ้านเริ่มมาตั้งเกมได้ในนาทีที่ 10 เมื่อ สเตฟาน เอลชาราวี่ จ่ายบอลต่อให้กับ รัดย่า นาอิงโกลัน ก่อนที่มิดฟิลด์ชาวเบลเยียมจะตะบันไกลจากนอกเขตโทษแต่บอลเหินข้ามคานไป

พอ โรม่า เริ่มจะตั้งเกมได้พวกเขาเริ่มจะครองเกมบุกมากกว่าแล้ว แต่ก็เกือบจะเสียประตูในนาทีที่ 25 เมื่อ อดัม มารูซิช จ่ายให้ มาร์โก ปาโรโล่ ยิงด้วยขวาบอลพุ่งเข้าอย่างแรงก่อนที่ อลิสซอน จะบินปัดออกไปได้ และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่ 4 นาที เจ้าบ้านก็ได้ออกนำ 1-0 จากการได้จุดโทษที่ บาสโต๊ส กองหลัง ลาซิโอ ไปทำฟาร์วใส่ อเล็กซานเดอร์ โคลาลอฟ และเป็น ดีเอโก้ เปร็อตติ ทำหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ

รอสโซเนรี่ มาขยับหนีห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 53 จากจังหวะที่ เปร็อตติ เปิดบอลยาวให้กับ นาอิงโกลัน ก่อนที่กองกลางรายนี้จะกระชากบอลหนีแล้วยิงด้วยขวาบอลพุ่งเรียดเข้ามุมไปอย่างสวยงาม โรม่า ออกนำ 2-0

ทีมเยือนมาได้ประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 72 คอสจาส มโนลาส ไปทำฟาร์ว ในกรอบเขตโทษ และเป็น ชิโร่ อิมโมบิเล่ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือจบเกมส์ 90 นาที โรม่าชนะลาซิโอ 2-1

หัวหอกอาร์เซน่อล ยิงคนเดียว 2 ตุงช่วย “ตราไก่” เสมอ เยอรมัน 2-2

อเล็กซานเดอร์ ลากาแซ็ตต์ หัวหอกอาร์เซน่อล เหมาทำคนเดียว 2 ประตูในเกมที่ทัพ ฝรั่งเศษ บุกไปเยือนทีม “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน ในฟุตบอลอุ่นเครื่อง

หัวหอกอาร์เซน่อล ฟอร์มฮอต ยิงคนเดียว 2 ลูกเกมเจอ เยอรมัน

หัวหอกอาร์เซน่อล

ทัพ “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน จะต้องเปิดสนาม ไรน์เอเนอร์กี้ ซตาดิโอน ต้อนรับการมาเยือนของทัพ “ตราไก่” ฝรั่งเศษ ในเกมฟุตบอลอุ่นเครื่องทีมชาติ

เกมนี้เจ้าบ้าน เยอรมัน ได้นักเตะตัวหลักกลับมาลงเล่นหลายคนไม่ว่าจะเป็น ซามี่ เคดิร่า ,โทนี่ โครส และ เมซุต โอซิล ส่วนทางทัพ ฝรั่งเศษได้ใช้งาน แบลส มาตุยกี้ ,คีลิยัน เอ็มปัปเป้ และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

เกมเริ่มมาก็สนุกกันเลยแค่นาทีที่ 7 เท่านั้นทีมเยือนมีโอกาสทักทายก่อนจากจังหวะที่ แบลส มาตุยกี้ ได้ลองยิงจากตรงเสาสองแต่บอลก็ดันเฉี่ยวเสาหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

ก่อนที่จังหวะที่ถัดมาในนาทีที่ 19 โอกาสยังเป็นของฝรั่งเศษ คีลิยัน เอ็มปัปเป้ ได้จังหวะยิงไกลระยะ 20 หลา แต่ก็ยังถูก เควิน แทร็ปป์ บินปัดออกไปได้

ทีมเยือนยังคงโหมบุกอย่างหนักก่อนจะมาออกนำในนาทีที่ 34 เมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เลี้ยงบอลหลบกองหลังเยอรมันก่อนจะหลุดไปดวลเดียวกับ เควิน แทร็ปป์ แต่ไม่ยิงตบกลับเข้ากลางให้ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ที่เติมขึ้นมาโล่งๆแปเข้าไปไม่เหลือ ฝรั่งเศษออกนำ 1-0

เจ้าบ้านอยู่เฉยไม่ได้พยายามทวงประตูคืนละเกือบจะได้ในนาทีที่ 40 เมื่อ ติโม แวร์เนอร์ หาจังหวะยิงจนได้แต่บอลก็ยังไปติด สตีฟ ม็องด็องด้า นายทวารทีมเยือน ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังมา เยอรมัน มาได้ประตูตีเสมอจนได้จากจังหวะที่ เมซุต โอซิล จ่ายแบบคิลเลอร์พาสให้กับ ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปยิงผ่านตัว สตีฟ ม็องด็องด้า เป็นประตูให้ทีมเจ้าบ้านตีเสมอได้ในนาทีที่ 56 เป็นสกอร์ 1-1

เยอรมัน ยื้อเกมได้ไม่นานนักก็มาโดนอีกหนึ่งลูกในนาทีที่ 70 จากการที่ คีลิยัน เอ็มปัปเป้ จ่ายต่อให้ ลากาแซ็ตต์ หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตูและก็ยิงเข้ทาไปไม่พลาด ฝรั่งเศษนำ 1-2

หลังจากนั้น เยอรมัน พยายามโหมบุกอย่างหนักหวังทวงประตูตีเสมอให้ได้และก็มาทำได้ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเมื่อตัวสำรองที่พึ่งถูกเปลี่ยนตัวลงอย่าง มาริโอ เกิธเซ่ ทำชิ่งกับ ลาร์ส สตินเดิ้ล หลุดเข้าไปยิงผ่านมือของ สตีฟ ม็องด็องด้า เข้าไปช่วยให้ เยอรมัน ไม่ตายคาบ้านตัวเองจบเกมส์เสมอ 2-2