Category: ฟุตบอลทีมชาติ

เซเลเซา เท้าบอดบุกชนะ “สิงห์โตคำราม” ไม่ได้ก่อนจบเกม 0-0

ทัพ เซเลเซา บราซิล จะต้องลงเตะฟุตบอลอุ่นเครื่องกับ “สิงห์โตคำราม” อังกฤษ ซึ่งทั้ง 2 ทีมในเกมนี้ก็จะได้ทดสอบระบบการเล่นและแผนใหม่ๆอีกด้วย

เซเลเซา คมไม่พอ อังกฤษ ชุดผสมเปิดบ้านเสมอ 0-0

เซเลเซา

เกมฟุตบอลอุ่นเครื่องที่สนาม เวมบลีย์ ทีมชาติอังกฤษจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติ บราซิล เกมนี้เจ้าบ้านใช้กองหน้าอย่าง เจมี่ วาร์ดี้ จากเลสเตอร์ ซิตี้ ยืนคู่กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นอกจากนี้ยังมีดาวรุ่งอย่าง รูเบน ลอฟตัส ชีค ที่ได้ลงเล่นอีกครั้งหลังจากโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเกมเสมอกับ เยอรมัน 0-0

นอกจากนี้ เจค ลิเวอร์มอร์ ก็ยังถูกเรียกตัวกลับมารับใช้ชาติอีกครั้งหลังจากที่หลุดไปนาน ทำหน้าที่ประสานงานกับ เอริค ดายเออร์ จากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

ทางด้านทีมเยือนใช้ตัวรุกชุดใหญ่ลงสนามมีทั้ง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ , เนย์มาร์ และ กาเบรียล เฆซุส 3 ประสานในแดนกลางใข้งาน กาเซมีโร่ และ เปาลินโญ่ และ เรนาโต้ ออกุสโต้

เกมช่วงแรกทั้ง 2 ทีมมีผลัดกับรับผลัดกันรุกอย่างสนุกถึงแม้ว่า บราซิล จะได้ครองบอลมากกว่าเล็กน้อยแต่พวกเขาก็หาจังหวะเข้าไปจบสกอร์แบบจะแจ้งไม่ได้เลย โดยมีจะมี เนย์มาร์ ที่ได้ลองส่องครั้งหนึ่งเท่านั้น

นาทีที่ 18 ทีมเจ้าบ้าน อังกฤษ ได้โอกาสยิงบ้างจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่บอลก็ยังไปตรงตัว อลิสสัน อยู่ดีนอกจากนี้พวกเขายังต้องได้รับข่าวร้ายเมื่อ รูเบน ลอฟตัส ชีค ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวเอกก่อนที่ เจสซี่ ลินการ์ด จะถูกส่งลงมาเล่นในนาทีที่ 35 ก่อนที่ทั้ง 2 ทีมจะทำอะไรกันไม่ได้และเสมอกันไป 0-0

กลับลงมาเล่นครึ่งหลังได้แค่ 1 นาทีเท่านั้นทีมเยือนเกือบจะออกนำได้จากการที่บอลทะลุช่องมาถึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ก่อนที่เขาจะสอดตัวเขามายิงได้แต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ โจ ฮาร์ท นายทวารเจ้าถิ่น

นาทีที่ 47 นักเตะทั้ง 2 ทีมเกือบจะมีเรื่องกันจากจังหวะที่ เจค ลิเวอร์มอร์ ไปเหยียบเท้าใส่ ดานี่ อัลเวส แบ็กจอมเก๋าทีมเยือนทำให้ อัลเวส ลุกขึ้นมาจะเอาเรื่องก่อนที่กรรมการจะเข้ามาห้ามและแจกใบเหลืองให้คนละใบ

แกเร็ธ เซาธ์เกต เปลี่ยนตัวบ้างส่ง โดมินิค โซลันกี้ และ แทมมี่ อับบราฮัม ลงไปเล่นและทั้ง 2 คนก็ทำผลงานได้เป็นอย่างดีช่วยกดดันเกมรับของ บราซิล จนทำอะไรไม่ได้มากนัก

เกมดำนเนินมาถึงนาทีที่ 75 บราซิลน่าจะได้เหลือเกินเมื่อ แฟร์นันดินโญ่ ได้จังหวะยิงไกลเต็มข้อแต่บอลดันไปโดนเสาออกข้างไปชนิดได้ลุ้นทีเดียว จบเกม 90 นาทีพวกเขาเสมอกันไป 0-0

คริสเตียน อิริคเซ่น แฮตทริค เดนมาร์กถล่ม ไอร์แลนด์ยับ 5-1 คว้าตั๋วไปบอลโลก

ฟุตบอลทีมชาติระหว่างทีมชาติ “โคนม” เดนมาร์ก จะต้องออกไปเยือน “ยักษ์เขียว” ไอร์แลนด์ โดยเกมนี้ คริสเตียน อิริคเซ่น ทำแฮตทริคได้ด้วย

คริสเตียน อิริคเซ่น โชว์ฟอร์มโหดเหมายิงคนเดียว 3 ตุงช่วยทีมชนะ ไอร์แลนด์

คริสเตียน อิริคเซ่น

เกมฟุตบอลทีมชาติระหว่าง “ยักษ์เขียว” ไอร์แลนด์ จะต้องเปิดสนาม อาวีว่า สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ “โคนม” เดนมาร์ก ซึ่งทางด้านทีมเยือนขอแค่ชนะในเกมนี้ก็จะการันตีการผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียทันที

เกมนี้เจ้าบ้านมาออกนำตั้งแต่นาทีที่ 6 จากจังหวะที่ ร็อบบี้ เบรดี้ เปิดบอลจากจังหวะได้ฟรีคิกกลางสนามขึ้นไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ นิโคไล ยอร์เกนเซ่น จะสกัดไม่ดีบอลกระดอนมาถึง เชน ดัฟฟี่ ชิงจังหวะโหม่งได้ก่อนที่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล จะออกมารับบอล ทีมเจ้าบ้านออกนำ 1-0

ทีมเยือน เดนมาร์ก ใช้เวลาไม่นานในการตีเสมอในนาทีที่ 29 จากจังหวะที่พวกเขาเล่นลูกสั้นกันที่มุมธง ก่อนที่ ปิยอน ซิสโต้ จะใช้ความเร็วฉีกหนีแนวรับ ไอร์แลนด์เข้ามาถึงกรอบ 6 หลาแล้วตบเข้ากลางให้ อันเดรียส คริสเตนเซ่น วิ่งเข้ามาแหย่ขาให้บอลเปลี่ยนทางทีมเยือนตีเสมอได้ 1-1

หลังจากนั้นแค่ 3 นาทีกลายเป็นทีมเยือนมาพลิกนำเป็น 2-1 จากความผิดพลาดของนักเตะเจ้าบ้าน เดนมาร์ก ตัดบอลได้จากหน้ากรอบเขตโทษ ไอร์แลนด์ ก่อนที่ อิริคเซ่น จะได้บอลแล้วยิงโล่งๆด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเข้าเช็ดคานเข้าไปอย่างสวยงามและจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับลงมาเล่นครึ่งหลังทีมเยือนครองเกมไว้ได้หมดแล้วก็มาออกนำในนาทีที่ 63 จากการต่อบอลขึ้นมาของ ปิยอน ซิสโต้ ก่อนที่เข้าจะจ่ายต่อให้กับ อิริคเซ่น วิ่งเข้ามาแปดด้วยเท้าซ้ายหนีมือ ดาร์เรน แรนดอล์ฟ เข้าไป ทีมเยือนหนีห่าง 3-1

เดนมาร์ก เล่นกันได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดและมาทิ้งห่างเป็น 4-1 ในนาทีที่ 74 ซิสโต้ ที่เล่นได้ดีเหลือเกินในเกมนี้ เปิดบอลเข้ากลางให้ สตีเฟ่น วอร์ด ดันสกัดบอลไม่ดีบอลไปเข้าทาง อิริคเซ่น วิ่งเข้ามาหวดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไป

พวกเขายังไม่หยุดแค่นั้นในนาทีที่ 90 ทีมเยือนมาได้ประตูย้ำชัยจากการได้จุดโทษอีกครั้งและคนที่รับหน้าที่สังหารเป็น นิคลาส เบนท์เนอร์ ที่พึ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมายิงเข้าไปไม่เหลือ เดนมาร์ก ชนะสบายๆ 5-1 การชนะนัดนี้ทำให้พวกเขาการันตีในการคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 แน่นอนแล้ว

หัวหอกอาร์เซน่อล ยิงคนเดียว 2 ตุงช่วย “ตราไก่” เสมอ เยอรมัน 2-2

อเล็กซานเดอร์ ลากาแซ็ตต์ หัวหอกอาร์เซน่อล เหมาทำคนเดียว 2 ประตูในเกมที่ทัพ ฝรั่งเศษ บุกไปเยือนทีม “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน ในฟุตบอลอุ่นเครื่อง

หัวหอกอาร์เซน่อล ฟอร์มฮอต ยิงคนเดียว 2 ลูกเกมเจอ เยอรมัน

หัวหอกอาร์เซน่อล

ทัพ “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน จะต้องเปิดสนาม ไรน์เอเนอร์กี้ ซตาดิโอน ต้อนรับการมาเยือนของทัพ “ตราไก่” ฝรั่งเศษ ในเกมฟุตบอลอุ่นเครื่องทีมชาติ

เกมนี้เจ้าบ้าน เยอรมัน ได้นักเตะตัวหลักกลับมาลงเล่นหลายคนไม่ว่าจะเป็น ซามี่ เคดิร่า ,โทนี่ โครส และ เมซุต โอซิล ส่วนทางทัพ ฝรั่งเศษได้ใช้งาน แบลส มาตุยกี้ ,คีลิยัน เอ็มปัปเป้ และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

เกมเริ่มมาก็สนุกกันเลยแค่นาทีที่ 7 เท่านั้นทีมเยือนมีโอกาสทักทายก่อนจากจังหวะที่ แบลส มาตุยกี้ ได้ลองยิงจากตรงเสาสองแต่บอลก็ดันเฉี่ยวเสาหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

ก่อนที่จังหวะที่ถัดมาในนาทีที่ 19 โอกาสยังเป็นของฝรั่งเศษ คีลิยัน เอ็มปัปเป้ ได้จังหวะยิงไกลระยะ 20 หลา แต่ก็ยังถูก เควิน แทร็ปป์ บินปัดออกไปได้

ทีมเยือนยังคงโหมบุกอย่างหนักก่อนจะมาออกนำในนาทีที่ 34 เมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เลี้ยงบอลหลบกองหลังเยอรมันก่อนจะหลุดไปดวลเดียวกับ เควิน แทร็ปป์ แต่ไม่ยิงตบกลับเข้ากลางให้ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ที่เติมขึ้นมาโล่งๆแปเข้าไปไม่เหลือ ฝรั่งเศษออกนำ 1-0

เจ้าบ้านอยู่เฉยไม่ได้พยายามทวงประตูคืนละเกือบจะได้ในนาทีที่ 40 เมื่อ ติโม แวร์เนอร์ หาจังหวะยิงจนได้แต่บอลก็ยังไปติด สตีฟ ม็องด็องด้า นายทวารทีมเยือน ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังมา เยอรมัน มาได้ประตูตีเสมอจนได้จากจังหวะที่ เมซุต โอซิล จ่ายแบบคิลเลอร์พาสให้กับ ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปยิงผ่านตัว สตีฟ ม็องด็องด้า เป็นประตูให้ทีมเจ้าบ้านตีเสมอได้ในนาทีที่ 56 เป็นสกอร์ 1-1

เยอรมัน ยื้อเกมได้ไม่นานนักก็มาโดนอีกหนึ่งลูกในนาทีที่ 70 จากการที่ คีลิยัน เอ็มปัปเป้ จ่ายต่อให้ ลากาแซ็ตต์ หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตูและก็ยิงเข้ทาไปไม่พลาด ฝรั่งเศษนำ 1-2

หลังจากนั้น เยอรมัน พยายามโหมบุกอย่างหนักหวังทวงประตูตีเสมอให้ได้และก็มาทำได้ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเมื่อตัวสำรองที่พึ่งถูกเปลี่ยนตัวลงอย่าง มาริโอ เกิธเซ่ ทำชิ่งกับ ลาร์ส สตินเดิ้ล หลุดเข้าไปยิงผ่านมือของ สตีฟ ม็องด็องด้า เข้าไปช่วยให้ เยอรมัน ไม่ตายคาบ้านตัวเองจบเกมส์เสมอ 2-2