Tag: ฟุตบอลทีมชาติ

เจาะลึก 4 เหตุผลทำไม อิตาลี ไม่ได้ไปบอลโลกที่รัสเซีย 2018

วันนี้เราจะมา เจาะลึก ถึงเหตุที่ทีมชาติยักษ์ใหญ่อย่าง อิตาลี ไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 ทั้งที่ชื่อชั้นของพวกเขานั้นเคยเป็นถึงแชมป์โลกมาแล้ว

เจาะลึก 4 ข้อ ทำอิตาลีอดไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

เจาะลึก

1.ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีเวลาเจอทีมใหญ่

นายใหญ่คนปัจจุบันอย่าง จาน ปิเอโร เวนตูร่า เข้ามาคุมทีมชาติ อิตาลี แต่เขาก็สามารถเอาชนะทีมที่มีชื่อชั้นน้อยกว่า อิตาลี ได้ทั้งหมดซึ่งมันเป็นมาตราฐานสำคัญสำหรับทีมระดับนี้อยู่แล้ว แต่เรามามองดูการเจอทีมใหญ่จากการคุมทีมของเขานั้นพบว่าเขาไม่สามารถคุมทีมชนะยักษ์ใหญ่ระดับเดียวกันได้เลย

เขาคุมทีมครั้งแรกเจอกับทีมใหญ่ด้วยกันคือ ฝรั่งเศษ ที่บารี่ ผลออกมาหลังจบ 90 นาที อิตาลี แพ้ไปด้วยสกอร์ 1-3 หลังจากนั้นก็กลับมาเจอกับ สเปน ก่อนจะเสมอกันไป 1-1 หลังจากนั้นก็เสมอกับ เยอรมัน อีก 0-0

พอเข้าปี 2017 คุมทีมเจอสเปนก่อนจะแพ้ 0-3 หลังจากนั้นก็มาแพ้ สวีเดน 1-0 ทำให้ตกรอบไปในที่สุด

2.เวนตูร่า ยังไม่ใช่คนที่เหมาะสมสำหรับ อิตาลี

เขาถูกพูดถึงค่อนข้างมากก่อนจะเข้ามาคุมทีมชาติ อิตาลี เนื่องจากหลายคนมองว่าเขายังไม่มีประสบการณ์ในการคุมทีมระดับบิ๊กของลีกเลย นอกจากนั้นเขาก็ยังไม่เคยคุมทีมเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลยแม้แต่เกมเดียว

โดยตอนนั้นยังมีกุนซือที่มีฝีไม้ลายมือดีๆอยู่หลายคนไม่ว่าจะเป็น ฟาบิโอ คาเปลโล่ , คาร์โล อันเชล็อตติ , มาร์เซโล่ ลิปปี้ และ อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ ซึ่งก็ว่างงานกันอยู่ทั้งนั้นแต่สมาคมฟุตบอลอิตาลีก็ดันไปเลือก จาน ปิเอโร เวนตูร่า เข้ามากุมบังเหียนทีม

3.อิตาลี ยุคนี้ ไม่มีกองหน้าระดับท็อปเลยแม้แต่คนเดียว

ยุคนี้ อิตาลี ไร้ซึ่งกองหน้าคุณภาพจริงๆ โดยการหน้าที่มีอยู่ทั้ง ชิโร่ อิมโมบิเร่ กองหน้าจาก ลาซิโอ ที่ว่ากันว่าฟอร์มดีนักหนาจาการยิงไปทั้งหมด 14 ลูกในซีซั่นนี้ แต่พอมาเจอคู่แข่งที่เน้นเกมรับจริงๆก็เล่นไม่ออก รวมไปถึง อันเดรีย เบล็อตติ กองหน้าจาก โตริโน่ ที่ได้รับการยกย่องอย่างมาจากฤดูกาลที่แล้วก็เล่นได้ยังไม่ดีพอ

ส่วนทางด้าน มาโนโล่ กับเบียดินี่ ก็ยังเป็นแค่กองหน้าเกรด บี เท่านั้นยังหวังพึ่งอะไรได้ไม่มากนัก

4.นักเตะไม่มีความเข้าใจกับเกมระดับชาติ

นักเตะของพวกเขาหลายคนเห็นได้ชัดว่ายังแทบจะลงเล่นให้กับทีมชาติ อิตาลี แบบนับนัดได้เลยทีเดียว โดยพวกเขาก็เคยถูก อันเดรีย ปิร์โล่ วิจารณ์อย่างหนักมาแล้ว ซึ่งเขาบอกว่าเกมระดับนี้มันไม่ง่าย

เซเลเซา เท้าบอดบุกชนะ “สิงห์โตคำราม” ไม่ได้ก่อนจบเกม 0-0

ทัพ เซเลเซา บราซิล จะต้องลงเตะฟุตบอลอุ่นเครื่องกับ “สิงห์โตคำราม” อังกฤษ ซึ่งทั้ง 2 ทีมในเกมนี้ก็จะได้ทดสอบระบบการเล่นและแผนใหม่ๆอีกด้วย

เซเลเซา คมไม่พอ อังกฤษ ชุดผสมเปิดบ้านเสมอ 0-0

เซเลเซา

เกมฟุตบอลอุ่นเครื่องที่สนาม เวมบลีย์ ทีมชาติอังกฤษจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติ บราซิล เกมนี้เจ้าบ้านใช้กองหน้าอย่าง เจมี่ วาร์ดี้ จากเลสเตอร์ ซิตี้ ยืนคู่กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นอกจากนี้ยังมีดาวรุ่งอย่าง รูเบน ลอฟตัส ชีค ที่ได้ลงเล่นอีกครั้งหลังจากโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเกมเสมอกับ เยอรมัน 0-0

นอกจากนี้ เจค ลิเวอร์มอร์ ก็ยังถูกเรียกตัวกลับมารับใช้ชาติอีกครั้งหลังจากที่หลุดไปนาน ทำหน้าที่ประสานงานกับ เอริค ดายเออร์ จากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

ทางด้านทีมเยือนใช้ตัวรุกชุดใหญ่ลงสนามมีทั้ง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ , เนย์มาร์ และ กาเบรียล เฆซุส 3 ประสานในแดนกลางใข้งาน กาเซมีโร่ และ เปาลินโญ่ และ เรนาโต้ ออกุสโต้

เกมช่วงแรกทั้ง 2 ทีมมีผลัดกับรับผลัดกันรุกอย่างสนุกถึงแม้ว่า บราซิล จะได้ครองบอลมากกว่าเล็กน้อยแต่พวกเขาก็หาจังหวะเข้าไปจบสกอร์แบบจะแจ้งไม่ได้เลย โดยมีจะมี เนย์มาร์ ที่ได้ลองส่องครั้งหนึ่งเท่านั้น

นาทีที่ 18 ทีมเจ้าบ้าน อังกฤษ ได้โอกาสยิงบ้างจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่บอลก็ยังไปตรงตัว อลิสสัน อยู่ดีนอกจากนี้พวกเขายังต้องได้รับข่าวร้ายเมื่อ รูเบน ลอฟตัส ชีค ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวเอกก่อนที่ เจสซี่ ลินการ์ด จะถูกส่งลงมาเล่นในนาทีที่ 35 ก่อนที่ทั้ง 2 ทีมจะทำอะไรกันไม่ได้และเสมอกันไป 0-0

กลับลงมาเล่นครึ่งหลังได้แค่ 1 นาทีเท่านั้นทีมเยือนเกือบจะออกนำได้จากการที่บอลทะลุช่องมาถึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ก่อนที่เขาจะสอดตัวเขามายิงได้แต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ โจ ฮาร์ท นายทวารเจ้าถิ่น

นาทีที่ 47 นักเตะทั้ง 2 ทีมเกือบจะมีเรื่องกันจากจังหวะที่ เจค ลิเวอร์มอร์ ไปเหยียบเท้าใส่ ดานี่ อัลเวส แบ็กจอมเก๋าทีมเยือนทำให้ อัลเวส ลุกขึ้นมาจะเอาเรื่องก่อนที่กรรมการจะเข้ามาห้ามและแจกใบเหลืองให้คนละใบ

แกเร็ธ เซาธ์เกต เปลี่ยนตัวบ้างส่ง โดมินิค โซลันกี้ และ แทมมี่ อับบราฮัม ลงไปเล่นและทั้ง 2 คนก็ทำผลงานได้เป็นอย่างดีช่วยกดดันเกมรับของ บราซิล จนทำอะไรไม่ได้มากนัก

เกมดำนเนินมาถึงนาทีที่ 75 บราซิลน่าจะได้เหลือเกินเมื่อ แฟร์นันดินโญ่ ได้จังหวะยิงไกลเต็มข้อแต่บอลดันไปโดนเสาออกข้างไปชนิดได้ลุ้นทีเดียว จบเกม 90 นาทีพวกเขาเสมอกันไป 0-0

คริสเตียน อิริคเซ่น แฮตทริค เดนมาร์กถล่ม ไอร์แลนด์ยับ 5-1 คว้าตั๋วไปบอลโลก

ฟุตบอลทีมชาติระหว่างทีมชาติ “โคนม” เดนมาร์ก จะต้องออกไปเยือน “ยักษ์เขียว” ไอร์แลนด์ โดยเกมนี้ คริสเตียน อิริคเซ่น ทำแฮตทริคได้ด้วย

คริสเตียน อิริคเซ่น โชว์ฟอร์มโหดเหมายิงคนเดียว 3 ตุงช่วยทีมชนะ ไอร์แลนด์

คริสเตียน อิริคเซ่น

เกมฟุตบอลทีมชาติระหว่าง “ยักษ์เขียว” ไอร์แลนด์ จะต้องเปิดสนาม อาวีว่า สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ “โคนม” เดนมาร์ก ซึ่งทางด้านทีมเยือนขอแค่ชนะในเกมนี้ก็จะการันตีการผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียทันที

เกมนี้เจ้าบ้านมาออกนำตั้งแต่นาทีที่ 6 จากจังหวะที่ ร็อบบี้ เบรดี้ เปิดบอลจากจังหวะได้ฟรีคิกกลางสนามขึ้นไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ นิโคไล ยอร์เกนเซ่น จะสกัดไม่ดีบอลกระดอนมาถึง เชน ดัฟฟี่ ชิงจังหวะโหม่งได้ก่อนที่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล จะออกมารับบอล ทีมเจ้าบ้านออกนำ 1-0

ทีมเยือน เดนมาร์ก ใช้เวลาไม่นานในการตีเสมอในนาทีที่ 29 จากจังหวะที่พวกเขาเล่นลูกสั้นกันที่มุมธง ก่อนที่ ปิยอน ซิสโต้ จะใช้ความเร็วฉีกหนีแนวรับ ไอร์แลนด์เข้ามาถึงกรอบ 6 หลาแล้วตบเข้ากลางให้ อันเดรียส คริสเตนเซ่น วิ่งเข้ามาแหย่ขาให้บอลเปลี่ยนทางทีมเยือนตีเสมอได้ 1-1

หลังจากนั้นแค่ 3 นาทีกลายเป็นทีมเยือนมาพลิกนำเป็น 2-1 จากความผิดพลาดของนักเตะเจ้าบ้าน เดนมาร์ก ตัดบอลได้จากหน้ากรอบเขตโทษ ไอร์แลนด์ ก่อนที่ อิริคเซ่น จะได้บอลแล้วยิงโล่งๆด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเข้าเช็ดคานเข้าไปอย่างสวยงามและจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับลงมาเล่นครึ่งหลังทีมเยือนครองเกมไว้ได้หมดแล้วก็มาออกนำในนาทีที่ 63 จากการต่อบอลขึ้นมาของ ปิยอน ซิสโต้ ก่อนที่เข้าจะจ่ายต่อให้กับ อิริคเซ่น วิ่งเข้ามาแปดด้วยเท้าซ้ายหนีมือ ดาร์เรน แรนดอล์ฟ เข้าไป ทีมเยือนหนีห่าง 3-1

เดนมาร์ก เล่นกันได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดและมาทิ้งห่างเป็น 4-1 ในนาทีที่ 74 ซิสโต้ ที่เล่นได้ดีเหลือเกินในเกมนี้ เปิดบอลเข้ากลางให้ สตีเฟ่น วอร์ด ดันสกัดบอลไม่ดีบอลไปเข้าทาง อิริคเซ่น วิ่งเข้ามาหวดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไป

พวกเขายังไม่หยุดแค่นั้นในนาทีที่ 90 ทีมเยือนมาได้ประตูย้ำชัยจากการได้จุดโทษอีกครั้งและคนที่รับหน้าที่สังหารเป็น นิคลาส เบนท์เนอร์ ที่พึ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมายิงเข้าไปไม่เหลือ เดนมาร์ก ชนะสบายๆ 5-1 การชนะนัดนี้ทำให้พวกเขาการันตีในการคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 แน่นอนแล้ว